<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 2 รูปแบบคณะกรรมการปรองดองฯ &#039;ชวน&#039; ทาบ 3 อดีตนายกฯ-อดีตประธานรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63 &amp;nbsp;- ที่สถาบันพระปกเกล้า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการหารือเพื่อออกแบบโครงสร้างและวิธีการทำงานของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ร่วมกับนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ว่าจากที่ได้ให้เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ศึกษารูปแบบองค์ประกอบของงาน ที่จะต้องทำในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยขอให้สถาบันติดตามงานจากนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ว่ารูปแบบที่เสนอมานั้นเป็นอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า &amp;nbsp;ได้เสนอรูปแบบการแก้ไขปัญหาเป็น 2 รูปแบบ โดยรูปแบบที่ 1 เป็นไปตามที่นายจุรินทร์ เสนอคือมีผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ รวม 7 ฝ่าย &amp;nbsp;เช่นส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนของวุฒิสภา และตัวแทนขององค์กรอื่น แต่ก็มีจุดด้อย คือหากฝ่ายใดปฏิเสธไม่ร่วมองค์ประชุมก็จะไม่ครบ &amp;nbsp; หรือการหารือพูดคุยกันก็อาจจะล่มได้ หรืออาจจะเสร็จเร็วได้ รวมทั้งถ้ามองผิวเผิน จะมีแค่ฝ่ายรัฐบาลกับวุฒิสภา ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ถือว่าน่ากังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปแบบที่ 2 มีคนกลางที่มาจากการเสนอของฝ่ายต่างๆ หรือประธานรัฐสภาเป็นผู้สรรหา หรือแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่ากรรมการที่เราไปทาบทามจะรับหรือไม่ เพราะด้วยเป้าหมายของงานต้องดูปัญหาที่จะเข้ามานั้นคือเรื่องอะไร อย่างไรก็ตามจะเอา 2 รูปแบบนี้ไปประสานกับฝ่ายต่างๆ ตามรูปแบบที่ 1 &amp;nbsp;ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็จะมาในรูปแบบที่ 2 หรือดึงรูปแบบที่ 1 กับ 2 มาประสานกัน ในส่วนของตัวบุคคล &amp;nbsp;โดยอาจต้องไปถามตัวแทนของฝ่ายต่างๆ ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ หรือคนนอกจะมาร่วมด้วยหรือไม่ เพราะต้องไปคัดคนให้ได้จำนวนไม่มากแต่มีประสิทธิภาพ เข้าใจปัญหา &amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้เป็นไปได้ตนก็จะไปพูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลเป็นการภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชวน กล่าวอีกว่า ส่วนตัวได้ประสานกับอดีตผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน เช่นอดีตนายกรัฐมนตรี 3 คน อดีตประธานรัฐสภา &amp;nbsp;ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ก็พร้อมจะร่วมด้วยถ้ามีโอกาส ทั้งนี้ไม่อยากให้สื่อไปตั้งเป้าหมายว่า อย่าไปคิดว่ามันจะมีประโยชน์หรือไม่สำเร็จทุกอย่าง เริ่มต้นจากการที่คนส่วนใหญ่ในประเทศอยากเห็นบ้านเมืองสงบ วิธีไหนทำให้บ้านเมืองสงบได้เราก็จะพยายาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะเป็นประธานคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองหรือไม่ นายชวนกล่าวว่าจะหารือกับอดีตนายกฯ และประธานสภา &amp;nbsp;รวมถึงบุคคลต่างๆ เพื่อดูว่าจะมีใครสนใจในเรื่องนี้บ้าง และจะเชิญมาร่วม ซึ่งอดีตนายก 3 คนที่ได้พูดคุยต่างก็ห่วงบ้านเมือง และพร้อมให้ความเห็น &amp;nbsp;ส่วนจะเห็นคณะกรรมการฯเกิดเมื่อใด นายชวน ระบุว่าอย่าเพิ่งกำหนดเวลา เพราะต้องใช้เวลาในการประสานในแต่ละคน ซึ่งตนจะพยายามไปคุยส่วนตัว &amp;nbsp;และหลายท่านก็ยังบอกว่าไม่สะดวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวแทนของผู้ชุมนุมถ้าเข้าร่วมด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก จึงได้ให้ทางเลขาฯสถาบันพระปกเกล้าไปประสาน &amp;nbsp;ซึ่งไม่อยากให้สื่อตั้งเงื่อนไขว่าผู้ชุมุนมจะเข้าร่วมหรือไม่ เอาเป็นว่าเราเป็นฝ่ายยื่นมือเข้าไปเชิญชวนให้เขามาร่วมแก้ไขปัญหาส่วนรวม โดยการหารือวันนี้ พูดคุยกันเฉพาะเรื่องของโครงสร้างคณะกรรมการฯ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงข้อเรียกร้องต่างๆรวมถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุม หรือที่ทางพรรคก้าวไกลระบุว่า ต้องมีการคุยในประเด็นปฏิรูปสถาบัน จึงจะเข้าร่วมเพราะเห็นว่า ใครจะตั้งธงอย่างไรก็ได้ แต่ขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการว่าจะหารือพูดคุยในเรื่องอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสภาฯ กล่าวด้วยว่าการเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลดความกังวลของประชาชน ซึ่งข้อเรียกร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประธานวุฒิสภาได้มามีส่วนร่วมโดยมองว่าเมื่อมีสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีในการประชุมครั้งล่าสุด ถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯให้การสนับสนุน ซึ่งก็ถือเป็นสัญญาณแรกที่จะลดความรู้สึกของผู้ที่อยากจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และมีแนวโน้มว่าจะมีการแก้ &amp;nbsp;ส่วนการอภิปรายที่จะมีขึ้นนั้น ได้วางแนวว่าไม่อยากให้นำเรื่องสถาบันมาเป็นเงื่อนไข โดยถือหลักตามรัฐธรรมนูญว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ ฉะนั้นเราพยายามจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นเงื่อนไขที่ 2 ฝ่ายทะเลาะหรือเผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการชุมนุม แม้เป็นภารกิจที่รัฐบาลดูแลอยู่ &amp;nbsp;แต่ถ้ามีส่วนใดที่สภาสามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้บ้างก็ยินดี โดยได้มอบภารกิจให้เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า ที่มีหน่วยงาน มีบุคลากรเรื่องความปรองดอง ก็ให้มาร่วมในการทำงานด้วย ไม่ได้กำหนดเรื่องระยะเวลาแต่คิดว่าวิธีการที่เราพยายามแก้ปัญหาส่วนรวมก็คือพยายามคุยกัน อย่างน้อยที่สุดก็จะลดความขัดแย้ง รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันพระปกเกล้าได้เผยแพร่เอกสารระบุถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่าจำนวนกรรมการที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 7-9 คน โดยรูปแบบที่ 1 ผู้แทนจากฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งในรูปแบบนี้ มีข้อห่วงกังวล คือ 1.ตัวแทน 7 ฝ่าย อาจมีองค์ประกอบที่ไม่สมดุล น้ำหนักเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล ทำให้มีกรรมการจะไม่ได้รับรับความไว้วางใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ต้องระมัดระวังในการจัดหาผู้เอื้อกระบวนการ ซึ่งควรเป็นคณะทำงานจากหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วน ไม่ควรผูกขาด, การจัดวาระการประชุมและการยอมรับในตัวประธานคณะกรรมการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โอกาสที่พรรคฝ่ายค้านไม่ร่วมมีสูง และ 4.การหาตัวแทนฝ่ายผู้ชุมนุมเป็นไปได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรูปแบบที่ 2 การมีคนกลางนั้น มีข้อดีคือ ทำให้รัฐสภาเป็นพื้นที่ของการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ส่วนข้อห่วงกังวลคือการยอมรับในตัวประธานคณะกรรมการและกรรมการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82566</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ปรองดอง, วุฒิสาร   ตันไชย, สถาบันประปกเกล้า, สมานฉันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fb785b3a4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันพระปกเกล้า เร่งออกแบบโครงสร้าง-วิธีการทำงาน คณะกรรมการปรองดองฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.63 - ​นายวุฒิสาร &amp;nbsp; ตันไชย &amp;nbsp; เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันพระปกเกล้าเพื่อออกแบบโครงสร้างและรูปแบบวิธีการทำงานของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;ว่าสถาบันพระปกเกล้าในฐานะเป็นหน่วยงานกำกับของประธานรัฐสภามีหน้าที่หาคำตอบให้กับสภาเท่านั้น ไม่ได้เป็นฝ่ายดำเนินการเองทั้งหมด &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างคิดค้นโครงสร้างที่เหมาะสม โดยเฉพาะโครงสร้างกรรมการปรองดองในอดีตและข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายหาทางออกร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 26-27 ต.ค. ที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะรวบรวมเสนอต่อประธานรัฐสภา อย่างเร็วสุดในวันที่ 2 พ.ย.นี้ &amp;nbsp;โดยจะเสนอให้เห็นว่าโครงสร้างแต่ละโครงสร้างมีข้อดีข้อเสีย และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงข้อห่วงใยของสถาบันฯ &amp;nbsp; แต่ยอมรับว่าเงื่อนไขการตั้งคณะกรรมการปรองดองครั้งนี้ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการไปถึงจุดไหนอย่างไร อะไรที่เป็นเนื้อหาที่ต้องเอามาพูดคุยบ้าง &amp;nbsp;ดังนั้นสถาบันฯ ออกแบบได้เพียง โครงสร้างและวิธีการทำงานในเชิงหลักการวิชาการเท่านั้น รวมถึงรวบรวมประสบการณ์จากต่างประเทศมานำเสนอด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิสาร กล่าวว่าส่วนโครงสร้างกรรมการชุดนี้จะมีองค์ประกอบใดบ้าง &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ประธานรัฐสภาต้องกลับไปหารือผู้เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;สถาบันพระปกเกล้ามีหน้าที่เสนอทางเลือกต่างๆให้เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิสาร กล่าวถึงการนำรูปแบบการตั้งคณะกรรมการปรองดองในอดีตมารวบรวมเป็นข้อเสนอ ว่าที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการลักษณะนี้แล้วหลายครั้ง เช่นคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชุดที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการค้นหาความจริงที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน &amp;nbsp;หรือคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ที่มีนายอานันท์ &amp;nbsp; ปันยารชุน เป็นประธาน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เห็นได้ว่าการทำงานของแต่ละคณะ มีบรรยากาศและสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;เพื่อให้เห็นเงื่อนไขในแต่ละด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายชวน เสนอให้มีทุกฝ่ายเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการปรองดองฯ นั้น เห็นว่าโดยหลักการแล้ว สถานการณ์ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องมีพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายได้รับฟังกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ไม่บอกเปิดเผยเนื้อสาระ &amp;nbsp;โดยขอให้ฟังการชี้แจงของนายชวน ยืนยันว่าการรวบรวมทางออกครั้งนี้ ไม่ได้รวบรวมจากงานของสถาบันพระปกเกล้าเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์ที่แต่ละรัฐบาลมีมาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกแบบโครงสร้างครั้งนี้ จะต้องมีการหารือร่วมกับคณะรัฐมนตรี รัฐสภาและฝ่ายต่างๆ ด้วยหรือไม่นั้น นายวุฒิสาร บอกว่าไม่ถึงขนาดนั้น เพราะสถาบันพระปกเกล้ามีหน้าที่เสนอรายงานต่อประธานรัฐสภาเท่านั้น ส่วนประธานรัฐสภาจะนำไปพิจารณาดำเนินอย่างไรต่อ เป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิสาร ย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญของการออกแบบโครงสร้างคณะกรรมการสมาฉันท์ฯ ครั้งนี้ คือทำแล้วต้องให้มีความเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง &amp;nbsp;ส่วนการคัดเลือกตัวบุคคลเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการปรองดองฯนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดรูปแบบหรือทาบทามบุคคลใดตามที่เป็นข่าว เพราะไม่มีหน้าที่ในการทาบทามตัวบุคคล เนื่องจากการแต่งตั้งบุคคลเป็นอำนาจประธานรัฐสภา อีกทั้งยังไม่ทราบใครจะเป็นคนแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิสาร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการปรองดองฯจะมีคุณสมบัติอย่างไร แต่อย่างน้อยให้สบายใจว่าไม่ช้า ยืนยันสถาบันพระปกเกล้ามีความพยายามตั้งใจดำเนินการตามที่จะได้รับมอบหมายให้รอบคอบที่สุด ไม่ใช่หน่วยงานที่ไปซื้อเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกดดันหรือไม่กับการพิจารณาตั้งคณะกรรมการปรองดองฯในสถานการณ์แบบนี้ ยอมรับว่ามีความกดดันอย่างแน่นอน แต่คิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในสังคม ที่จะต้องทำให้เกิดอนาคตที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ ให้ความขัดแย้งถือเป็นเรื่องปกติ และทุกฝ่ายต้องใช้ความอดทน สติ ระงับตัวเองไม่ให้สร้างความรุนแรง เพื่อปกป้องไม่ซ้ำรอยเหมือนในอดีต แต่ยอมรับว่าสิ่งที่สร้างคือการสร้างความมั่นใจกับทุกฝ่ายว่าจะให้เกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรองดอง, วุฒิสาร   ตันไชย, สมานฉันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9bc8182d006.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
